2010/Aug/01

สวัสดีค่ะ ไม่ได้อัพนานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน สุดๆ เพราะเน็ตที่ใช้เข้าเอ็กทีนไม่ได้ค่ะ ไม่รู้เพราะอะไร แต่อยู่ๆวันนี้เข้าได้เฉยเลยอ่ะ ก็เลยแวะมาอัพ

งวดนี้มาแปลก มาอัพบทแปลเกมค่ะ

เนื่องจากว่า ช่วงๆนี้(จริงๆก่อนหน้านี้มาซักพักแล้ว) เริ่มอยากทำงานเกี่ยวกับการแปลค่ะ เหตุผลมันก็มาจากพวกการ์ตูน แล้วก็ พวกเกมจีบผู้ชาย!! ฮ่าๆๆๆๆ เกมจีบผู้ชายทำให้กระตือรือร้นอยากเรียนญี่ปุ่นมากขึ้นค่ะ

หลังจากได้ดีเอสมาปุ๊บ เกมแรกที่ติดคือเกม Tokimeki Memorial Girl's Side ค่ะ จริงๆชอบเล่นเกมจีบผู้ชายมาจากเกมบนพีเอสพีก่อน (เกม Princess Days อ่าค่ะ เล่นแล้วชอบตัวพระเอกมากเลย ฮ่าๆ)

โทคิเมคิ เมมโมเรียล จากการเล่นภาคเกิร์ลไซต์มา ทำให้รู้ว่าเป็นเกมแนวซิมมูเลชั่นเดทค่ะ ซึ่งแต่ละภาคจะมีสิ่งที่เราประทับใจอยู่ส่วนนึงก็คือ เรื่องราวสมัยเด็กของแต่ละภาค ชอบตรงที่สุดท้ายได้มาเจอกันอีกครั้งอ่าค่ะ

 มันอารมณ์เหมือน อ่านการ์ตูนผู้หญิง ซึ่งปกติก็ชอบอ่านอยู่แล้ว แล้วตัวละครแต่ละตัว ก็มีเสน่ห์โดดเด่น ทำให้ชอบเกมโทคิเมคิเกิร์ลไซต์มากๆเลย

 แต่ตอนนี้ยังดองภาคสามอยู่เลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ เกริ่นมานาน เข้าเรื่องดีกว่าจะเอาบทที่เรา จด แล้วก็ แปลเป็นภาษาไทยมาลงค่ะ

เพราะไม่ค่อยมีประสบการณ์การแปลเท่าไหร่ อาจมีข้อผิดพลาด คำไทยก็อาจแปลกๆ ไม่ลื่น แล้วก็ไม่ตรงกับภาษาญี่ปุ่นจริงๆทุกคำพูดนะคะ บางทีก็พยายามปรับให้มันฟังดูสละสลวยขึ้น แต่มีสคริปญี่ปุ่นไว้ให้สำหรับคนที่อ่านญี่ปุ่นออกนะคะ

เพราะเราชอบเรื่องนี้มาก ก็เลยแค่อยากจะแปลค่ะ เผื่อว่าใครที่ไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่น อาจจะได้อ่านเข้าใจบ้งค่ะ แต่ถ้าเกิดไม่พอใจยังไงก็ขออภัยแฟนๆไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ ^^

จะลงของภาคแรก แล้วก็ภาคสองในเอนทรี่เดียวเลย เพราะว่ามีปาฏิหาริย์ให้เข้าเอ็กทีนได้วันนี้ (แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าได้อีกวันไหนค่ะ)

------------------------------------------------------------

Tokimeki Memorial Girl's Side 1st Love

Datiche : ผู้แปล

 

 

 

ภาคนี้ เป็นภาคที่ ตอนเปิดเกมมา นางเอกนั่งฟังนิทานค่ะ เป็นนิทานเกี่ยวกับเจ้าชายองค์นึงที่ออกเดินทางอยู่ แล้วบังเอิญเจอกับเจ้าหญิงตอนที่หลงทางอยู่ในประเทศๆหนึ่ง ก็ตามสูตรนิทานทั่วไปค่ะ หลงรักกัน แต่พระราชาไม่ยอมยกลูกสาวให้ แบบว่าไม่เชื่อว่าเจ้าชายจะรักเจ้าหญิงจริง เลยสั่งเนรเทศเจ้าชายไปซะขอบโลกเลยค่ะ แล้วเจ้าชายก็สัญญากับเจ้าหญิงว่าซักวันจะกลับมารับอย่างแน่นอน

 

คนที่เล่านิทานให้นางเอกฟัง ก็คือพระเอกค่ะ

อาจเป็นการสปอยคนที่ยังเล่นเกมไม่จบ เพราะว่าเอามาจากฉากจบของเคย์แล้วก็ฉากเปิดต่อกันให้เป็นเรื่องสมบูรณ์น่ะค่า

 

むかしむかし、ひとり王子が旅をしていました。

(mikashi mukashi, hitori ouji ga tabi o shiteimashita)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายองค์หนึ่งออกเดินทางไปด้วยตัวคนเดียว

 

旅の途中 ある国で道を迷った時のこと...

(tabi no tochuu aru kuni de michi o mayotta toki no koto)

ขณะที่กำลังหลงทางอยู่ที่ประเทศแห่งหนึ่ง ในระหว่างการเดินทางนั้น

 

王子は森の教会で美しい姫を出会いました。

(ouji wa mori no kyoukai de utsukushii hime wo deaimashita)

เจ้าชาย ได้พบกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมเข้าโดยบังเอิญ ณ โบสถ์ซึ่งตั้งอยู่กลางป่า

 

“なんと美しい姫だろう”

(nanto utsukushii hime darou)

ช่างเป็นเจ้าหญิงที่งดงามอะไรเช่นนี้

 

王子は一目で姫を好きになりました。

(ouji wa ichi me de hime o suki ni narimashita)

แล้วเจ้าชายตกหลุมรักเจ้าหญิงพระองค์นั้นเข้าตั้งแต่แรกพบ

 

二人は毎日森の教会で会い、やがて深く愛し合うようになりました。

(futari wa mainichi mori no kyoukai de ai, yagate fukaku aishiau youni narimashita)

ทั้งสองพระองค์ได้พบเจอกันทุกๆวัน ที่โบสถ์กลางป่า และเพียงในเวลาไม่นาน คนสองคนก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันอย่างหมดหัวใจ

 

ところがそのこと聞いた、この国の王はたいへん腹を立ててしまいました。

(tokoro ga sono koto kiita, kono kuni no ou wa taihen hara wo tateteshimaimashita)

ครั้นเรื่องของทั้งสองมาเข้าถึงพระกันต์ของพระราชาแห่งประเทศนั้นเข้า องค์ราชาก็ทรงกริ้วเป็นอันมาก

 

“我が姫をたぶらかす者は誰か?すぐに捕らえよ!”

(wa ga hime o taburakasu mono wa dareka? Sugu ni toraeyo!)

ใครกันที่มันกล้าล่อลวงลูกหญิงของเรา ไปจับมันมาเดี๋ยวนี้!”

 

王は王子を捕らえると こう言いました。

(ou wa ouji wo toraeru to kou iimashita)

หลังจากที่เจ้าชายทรงโดนจับมาแล้ว พระราชาก็ตรงตรัสกับเจ้าชายว่า

 

 

 

 

“旅の王子よ、そなたは姫を好いていると言うが、その言葉に偽りはないか?”

(tabi no ouji yo, sonata wa hime o suiteru to iu ga sono kotoba ni itsuwari wa naika)

เจ้าชายผู้เดินทางเอย คำว่ารักที่เจ้ามีให้เจ้าหญิงนั้น เป็นเรื่องโป้ปดหรือจริงแท้แค่ไหน

 

“姫は私の心の幸い。姫の愛さえあれば いかなる試練も喜びにはるか遠く、この世の果ての外国へ旅立つが良い。”

(hime wa watashi no kokoro no saiwai, hime no aisareba ikanaru shiren mo yorokobi ni haruka tooku, kono yo no hate no gaikoku he tabitatsu ga ii)

เจ้าหญิง เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจของข้า ถ้าหากเจ้ารักเจ้าหญิงจริงละก็ คงจะยอมรับบททดสอบ โดยการยินดีที่จะถูกส่งไปยัง ณ สุดขอบโลกใช่หรือไม่

 

“無事戻ることがかなえば、その時 そなたの言葉を信じよう。”

(buji modorukoto ga kanaeba sonotoki sonata no kotoba o shinjiyou)

หากเจ้าสามารถกลับมาอย่างปลอดภัยได้ละก็ ถึงตอนนั้น ข้าจะยอมเชื่อในคำพูดของเจ้า

 

こうして王は王子を遠い国へ追放してしまうのでした。

(koushite ou wa ouji o tooi kuni he tsuihoushiteshimaunodeshita)

แล้วพระราชาก็ทรงรับสั่งเนรเทศเจ้าชายไปยังพระเทศอันแสนไกลเสีย

 

遠い国へ旅立つ日、悲しみに打ちひがれる姫に王子はこう告げました。

(tooi kuni he tabitatsuhi, kanashimi ni uchihigareru hime ni ouji wa kou tsugemashita)

วันที่ต้องออกเดินทาง เจ้าชายได้ตรัสกับเจ้าหญิงซึ่งทรงโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากว่า
 

“私は旅立たなければなりません。でも悲しまないでください。”

(watashi wa tabitatanakerebanarimasen demo kanashimanaidekudasai)

ถึงแม้ข้าจะต้องออกเดินทางจากไปไกล แต่ขอได้โปรดอย่าทรงเศร้าไปเลย

 

“私の心はあなたのもの。たとえ世界の果てからでも、いつか 必ず迎えに参ります。”

(watashi no kokoro wa anata no mono, tatoe sekai no hate kara demo, itsuka kanarazu mukaeni mairimasu)

เพราะหัวใจของข้า เป็นของๆท่าน ถึงแม้ว่าจะเป็นการเดินทางกลับมาจากสุดขอบโลก แต่สักวันหนึ่ง ข้าจะกลับมารับท่านอย่างแน่นอน..

 

それから姫は毎日森の教会で王子の無事を祈りました。

(sorekara hime wa mainichi mori no kyoukai de ouji no buji o inorimashita)

หลังจากนั้นมา เจ้าหญิงก็คอยเฝ้าอธิษฐานให้เจ้าชายปลอดภัย ในโบสถ์กลางป่าทุกวัน

 

いつか、王子が迎えに来る日を信じて...

(itsuka, ouji ga mikae ni kuru hi o shinjite)

และเชื่อมั่นว่า เจ้าชายจะกลับมารับในสักวันหนึ่ง..

-------------------

 

男の子:見て、あの窓、ステンドグラスっていうんだ。

                (mite, ano mado sutendo gurasu tte iunda)

เด็กผู้ชาย :   ดูนั่นสิ ภาพที่ทำจากกระจกสีที่หน้าต่างนั่น

 

男の子:この本のお話と同じだ。

               (kono hon no ohanashi to onaji da)

เด็กผู้ชาย :     เหมือนกับเรื่องในหนังสือเล่มนี้เลย

 

男の子:この教会なんだ、きっと..

                        (kono kyoukai nanda, kitto)

เด็กผู้ชาย :         ที่โบสถ์แห่งนี้....อย่างแน่นอน...

 

男の子:もう 行かなきゃ

                (mou ikanakya)